samunpai.com

 วันที่ 12 ม.ค 2564 เข้าชม  354 ครั้ง

ดีปลี
ชื่อวิทยาศาสตร์  Piper retrofracnon Vahl
 
วงศ์   piperaceae
 
ชื่อท้องถิ่น  ดีปลีเชือก (ภาคใต้) ประดงข้อ ปานนุ (ภาคกลาง)
 
ลักษณะของพืช »
ดีปลีเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ใบรูปไข่ โคนมน ปลายแหลม เป็นพืชใบเดี่ยว คล้ายใบย่านางแต่ผิวใบมันกว่า และบางกว่าเล็กน้อย ดอกเป็นรูปทรงกระบอกปลายมน เมื่อแก่จะมีผลเป็นสีแดง
 
การปลูก »
นิยมปลูกโดยการใช้เถา ชอบดินร่วนและอุดมสมบรูณ์ ทนแห้งแล้งได้ดี ฤดูที่เหมาะสมในการปลูกก็คือฤดูฝน เวลาปลูกใช้เถาที่ชำจนรากงอกแล้วปลูก
แล้วทำเสาให้เลื้อย ควรดูแลเรื่องน้ำและศัตรูพืชด้วย ดีปลีเป็นสมุนไพรที่ใช้มากในอุตสาหกรรม ยาแผนโบราณประมาณ 5000 - 7000 กิโลกรัม/ปี
ปลูกได้ดีในภาคกลางของประเทศไทย นับว่าเป็นพืชสมุนไพรตัวหนึ่งที่อยู่ในแผน
พัฒนาเพื่อส่งเป็นสินค้าออก
 
ส่วนที่ใช้เป็นยา »
ผลแก่แห้ง
 
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา »
ช่วงที่ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก ตากแดดให้แห้ง
 
 
รสและสรรพคุณ    »  
ไทย รสเผ็ดร้อน ขม ขับลม บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด
 
 
 
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์    »  
ดีปลีแห้งประกอบด้วย " อัลคาลอยด์" ชื่อว่า Piperine
ประมาณ 4 - 6% chavicine, น้ำมันระเหยหอม 1%
ตามรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า ดีปลีใช้ประกอบตำรับยาที่ใช้รักษาโรค
เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ท้องอืดเฟ้อ ธาตุไม่ปกติ ทั้งนี้เพราะดีปลีมีน้ำมัน หอมระเหย
 
 
วิธีใช้    »  
ผลแก่แห้งของดีปลี ใช้เป็นยารักษาอาการดังนี้
อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการปวดท้อง รวมทั้งแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน
ที่เกิดจากธาตุที่ไม่ปกติ โดยการใช้ผลแก่แห้ง 1 กำมือ (ประมาณ 10-15 ดอก) ต้มเอาน้ำมาดื่ม ถ้าไม่มีดอกก็ให้ใช้เถาต้มแทนได้อาการไอและมีเสมหะ ใช้ผลแก้แห้งประมาณครึ่งผล ฝนกับน้ำมะนาวผสมเกลือกวาดในลำคอหรือจิบบ่อยๆ
 
 
คุณค่าทางอาหาร์    »  
ผลดีปลิแห้งใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหารต่างๆได้