samunpai.com

 วันที่ 13 ม.ค 2564 เข้าชม  1,584 ครั้ง

ว่านรางทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์    Hymenocallis littoralos Salosb cv.variegata
 
วงศ์     AMARYLLIDACEAE
 
ชื่อท้องถิ่น   “รางทอง” เฉยๆ หรือบางทีก็เรียกซะเต็มยศว่า “ว่านสี่ทิศรางทอง” สุดแล้วแต่ว่าใครจะเรียกว่าอะไร แต่ขอให้มี “รางทอง” ในนั้นเป็นใช้ได้
 
รายละเอียด »
การปลูกและขยายพันธุ์เจ้า”รางทอง”กันบ้าง “ว่านรางทอง”เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำดี เช่น ดินปนทรายที่มีความเป็นกรดเป็นด่าง 6.1 ในกรณีที่ปลูกเลี้ยงในกระถางควรใช้ดินผสมที่มี “ดิน : ทราย : ขี้เถ้าแกลบ : ปุ๋ยหมัก” ในอัตราส่วน 2 : 1 :1 :1 คือดิน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ขี้เถ้าแกลบ 1 ส่วน และปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 กิโลกรัม และปูนขาวครึ่งกิโลกรัม และรดปุ๋ยเคมีละลายน้ำสูตร 15-15-15 ความเข้มข้น 50 มิลลิกรัมต่อลิตรทุกสัปดาห์
 
 
การขยายพันธุ์ “ว่านรางทอง” ทำได้หลายวิธี ตั้งแต่ “การเพาะเมล็ด” ที่เกิดจากการผสมละอองเกสร ผลจะแก่ภายใน 30-35 วัน เมล็ดรางทองจะไม่มีการพักตัว ควรนำเมล็ดไปเพาะทันที หรือภายใน 7 วัน ใช้วัสดุที่การระบายน้ำดีและมีความชื้นสม่ำเสมอ เมล็ดจะงอกภายใน 10-14 วัน ซึ่งต้องขออธิบายเพิ่มเติมเรื่อง “การพักตัว” ของเมล็ดคราวๆ ก็คือ ตามปกติเมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิดจะมีระยะการพักตัวก่อนที่จะงอกออกมาเป็นต้นไม้อย่างที่เราเห็น ด้วยกลไกตามธรรมชาติที่สร้างสารต่างๆที่ช่วยรักษาเมล็ดจากการทำลายของสิ่งต่างๆ เห็นง่ายๆก็คือ “เปลือก” ที่เป็นอุปสรรคด่านแรก เมล็ดพืชจึงมีความหนาของเปลือกแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่จะช่วยให้เมล็ดงอกไวกว่าปกติ ก็มีหลายวิธี ...แต่ขอยกไปกล่าวในภายหน้าก็แล้วกัน
 
วิธีต่อมาก็คือ “การแยกหัวหรือการแยกหน่อ” เป็นการขยายพันธุ์เพื่อให้ได้ต้นเหมือนเดิมหัวจะเกิดขึ้นบริเวณกาบใบ และ “วิธีการผ่าหัว” เป็นการขยายพันธุ์ที่ง่ายๆและได้จำนวนมาก โดยการเอามีดคัตเตอร์คมๆมาผ่าหัวตามยาวออกเป็น 4-8 ส่วน นำแต่ละส่วนที่ผ่าแยกไว้มาทา “ปูนแดง” ที่คนไทยสมัยก่อนกินกับหมาก ตรงจุดที่เราเฉือนแยกเพื่อป้องกันเชื้อรา จากนั้นนำปักชำในวัสดุปลูกที่มีการระบายน้ำดี หลังจากนั้นอีกไม่นานก็เพิ่มจำนวนรางทองให้เราภูมิใจ ส่วนวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็จะยากไปคงไม่ขอกล่าวถึงแล้วกันนะครับ