samunpai.com

 วันที่ 13 ม.ค 2564 เข้าชม  430 ครั้ง

ทองกวาว
 
ชื่อวิทยาศาสตร์    Butea monosperma (Lam.) Taub.
 
วงศ์     LEGUMINOSAE
 
ชื่อท้องถิ่น   จอมทอง (ภาคใต้) ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง) กวาว ก๋าว(ภาคเหนือ) จ้า(เขมร) จาน(ภาคอีสาน)
 
ลักษณะของพืช »
พบขึ้นกระจายทั่วไปตามที่ราบลุ่มในป่าเบญจพรรณ ที่ราบลุ่มในป่าผลัดใบ ป่าหญ้าหรือป่าละเมาะที่แห้งแล้ง พบมากทางภาคเหนือ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 80-300 เมตร
 
มีลำต้นสูงประมาณ 8 -15 เมตร “ลำต้น” ส่วนมากจะไม่ค่อยตรง คดงอ เท่านั้นยังไม่พอ การแตกกิ่งก็ยังไม่เป็นระเบียบเหมือนชาวบ้านเขา ผิวเปลือกสีน้ำตาลหรือสีเทาคล้ำ เป็นตุ่มหรือปม แตกระแหงเป็นร่องตื้นๆ เมื่อเฉือนเนื้อจะมียางสีแดง
 
“ใบ” เป็นใบประกอบขนนก (pinnately compound leaf) 3 ใบย่อย(trifoliolate) ติดเรียงเวียนสลับแน่นบริเวณปลายกิ่ง “ใบกลาง” เป็นรูปมนกว้างเกือบกลม ปลายใบมน โคนใบสอบ โดยใบกลางจะมีก้านใบยาวและใหญ่ที่สุด ใบย่อยเป็นรูปไข่กลับ (obovate) ปลายใบมน โคนใบแหลมแผ่นใบหนา ลักษณะใบคล้ายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมีขนทั้งสองด้าน ใบอ่อนมีขนคล้ายไหม ใบแก่เหนียว ด้านบนเรียบ ด้านล่างมีขนเล็กน้อย
 
สำหรับ “ดอก” ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งเหนือรอยแผลใบและตามปลายกิ่ง ฐานรองดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ดอกมีลักษณะเป็นดอกถั่วขนาดใหญ่ มีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกมีสีเหลืองถึงแดงแสด ว่ากันว่าดอกสีแสดเหลืองจะหายากมาก ขณะที่ “ทองกวาว” ออกดอกจะทิ้งใบจนหมดต้น และมีดอกเต็มพรึบไปทั่วทั้งต้น คล้ายกับต้น “ทองหลางด่าง” หรือ “ปาริชาต” ออกช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม “ผล” มีลักษณะเป็นฝักแบน โค้งงอเล็กน้อย ฝักยาวประมาณ 10 - 12 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 - 3เซนติเมตร เปลือกนอกสีน้ำตาลอ่อน ภายในฝักมีเมล็ดแบน 1 - 2 เมล็ดอยู่ที่ปลายฝัก
 
 
ส่วนที่ใช้เป็นยา »
“เนื้อไม้” เมื่อแห้งจะมีน้ำหนักเบา และหดตัวมาก ใช้ทำกระดานกรุบ่อน้ำ “เปลือก” ใช้ทำเชือกและกระดาษ “ดอก” ให้สีแดงใช้ย้อมผ้า แก้ไข้ ขับปัสสาวะ หยอดตาแก้ตาแดง “แก่น” ทาแก้ปวดฟัน ”ใบ” ตำพอกฝีและสิว ถอนพิษ แก้ปวด ท้องขึ้น ริดสีดวง เข้ายาบำรุงกำลัง “ราก” ประคบบริเวณที่เป็นตะคริว ขับพยาธิ เมล็ดใช้บำบัดพยาธิภายใน “ยาง”แก้ท้องร่วง “เมล็ด” ใช้ขับพยาธิตัวกลมบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาว ทาแก้คันและแสบร้อน
 
การปลูก    »  
การปลูกนิยมปลูกลงในบริเวณกลางแจ้ง เนื่องจาก “น้องทองกวาว” ต้องการแสงแดดจัด และชอบดินร่วนซุย ถ้าปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านหรืออาคารควรให้มีระยะห่างที่เหมาะสม เพราะทองกวาวเป็นไม้ที่มีทรงพุ่มใหญ่พอสมควร อาจสร้างปัญหาให้กับผู้อยู่อาศัยได้ ขยายพันธุ์ ด้วยการตอนกิ่ง และเพาะเมล็ด โดยนำไปแช่น้ำเป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นอีกประมาณ10 วันเมล็ดจึงจะงอก
 
 
รสและสรรพคุณยาไทย   »
...มาถึงจุดไคลแม็กซ์ที่สาวๆรอคอย ก็คือ สรรพคุณในการเพิ่มขนาดเต้า ที่มี ดร.อุษา กลิ่นหอม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ออกมาให้ข้อมูลว่า สารสกัดจากเปลือกของน้องทองกวาว ช่วยเพิ่มหน้าอกหน้าใจให้โตขึ้น 3-4 เท่าตัว จากการที่นำไปทดสอบกับหนูถีบจักร โดยพบว่าเปลือกมีฮอร์โมนคล้ายเอสโตรเจนที่ผู้หญิงมี แต่ทว่า...ของที่มีประโยชน์ก็ต้องโทษแฝงมาก็คือ มีผลข้างเคียงต่อตับ ลดจำนวนอสุจิและการตกไข่
 
ดังนั้น ด้วยวิจารณญาณแล้ว สตรีที่กำลังตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานส่วนต่างๆของต้นทองกวาวเลย ผมว่ารอให้นักวิจัยได้ทำการทดลองจนเป็นที่แน่นอนว่าไม่มีผลกระทบใดๆต่อร่างกายจะดีกว่า ที่จะเอามากินสุ่มสี่สุ่มห้า เอาเป็นว่า..ถ้าอยากเพิ่มอึ๋มละก็..อดใจรออีกสักนิด รับรองได้อึ๋มสมใจแน่นอนครับ