รายละเอียด >>
อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำ “เหงือกปลาหมอ” ต้มอาบแก้ผดผื่นคัน หรือนำใบมาโขลกคั้นน้ำทาหนังศีรษะ เพื่อบำรุงรากผมและป้องกันผมร่วง ใช้เป็นยารักษาอาการปวดข้อ ปวดเข่าและปลายประสาทอักเสบ ส่วนการรับประทานแก้หวัด ภูมิแพ้ ขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันสรรพคุณ ยังไม่มีการทดลองเรื่องความเป็นพิษ
รศ.พร้อมจิตต์ ศรลัมภ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เหงือกปลาหมอ เป็นสมุนไพรที่ขึ้นในป่าชายเลน เป็นไม้พุ่ม ใบค่อนข้างแข็ง ตรงขอบใบมีลักษณะเป็นหนามคมคล้ายกับเหงือกของปลา เหงือกปลาหมอมีอยู่ 2 ชนิดคือ ดอกสีขาว พบในป่าชายเลนเขตอ่าวไทยแถบจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จนกระทั่งถึงจังหวัดชุมพร ดอกสีม่วง จะพบในป่าชายเลนจังหวัดชุมพรลงไปทางภาคใต้
ตามตำราสมุนไพรไทย ได้ระบุคุณสมบัติไว้ว่า นำเมล็ดของเหงือกปลาหมอมาตำแล้วผสมน้ำเล็กน้อยหรือบดใช้ให้เป็นผง ใช้ทาฝี รักษาอาการอักเสบ ทั้งนี้ ยังแก้แผลผดผื่นคัน ด้วยการนำใบมาต้มน้ำพร้อมทั้งเมล็ดและลำต้น หรือนำใบมาโขลกผสมน้ำคั้นออกมาทาหนังศีรษะ เพื่อบำรุงรากผมและป้องกันผมร่วงฯลฯ แต่ก่อนนำมารักษาโรคภัยไข้เจ็บควรล้างให้สะอาด
คนไทยจะใช้ใบเหงือกปลาหมอมาตากแห้งแล้วบดเป็นผง ไปปรุงรวมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน เพื่อใช้เป็นยาอายุวัฒนะ รับประทานวันละ 1 เม็ดเท่าปลายนิ้วก้อย เพื่อช่วยปรับธาตุ ส่วนชาวมาเลเซีย กินใบเหงือกปลาหมอเพื่อช่วยรักษาอาการปวดข้อ ปวดเข่าและปลายประสาทอักเสบ อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยของนักวิจัยคนไทยร่วมกับชาวต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ พบว่าน้ำสกัดของเหงือกปลาหมอรักษาอาการอักเสบได้ จึงมีความเป็นไปได้ไปได้ในการรักษาอาการดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการทดลองในห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ เมื่อ 10 ปีก่อนสถาบันมะเร็งแห่งชาติวิจัยว่า สารสกัดของต้นเหงือกปลากหมอไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติของเซลในหลอดทดลอง สามารถทำลายสารที่ทำให้เซลล์ของร่างกายผิดปกติได้
“เหงือกปลาหมอ เป็นสมุนไพรที่น่าสนใจนำมาวิจัยและพัฒนาหาสารออกฤทธิ์ เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น แชมพู ครีมนวดผม ยาแก้ปวดข้อ ปวดเข่า หรือปลายประสาทอักเสบ ต้องมีการวิจัยต่อเนื่อง ขณะนี้มีโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ผลิตสมุนไพรเหงือกปลาหมอมาเป็นชาชงดื่ม แก้หวัด แก้แพ้ ทว่ายังไม่มีงานวิจัยยืนยันสรรพคุณดังกล่าว เป็นเพียงภูมิปัญญาที่บอกต่อกันมาว่า สามารถแก้หวัด แก้แพ้ ซึ่งความเป็นพิษยังไม่มีการทดลอง” รศ.พร้อมจิตต์ แนะนำว่า ให้ทดลองใช้กับผิวหนังก่อน หากไม่มีอาการผิดปกติค่อยใช้