เล็บขบหมายถึงภาวะที่มีปลายเล็บทิ่มเข้าบริเวณผิวหนังที่ปลายเล็บ จะเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อข้างเล็บทำให้เกิดอาการเจ็บปวด มักจะเกิดที่ด้านนอกของนิ้วเท้า หรือที่เรียกว่า onychocryptosis และหากไม่รักษาจะเกิดการงอกของเนื้อเยื่อขึ้นมา มีหนองไหล
สาเหตุของเล็บขบ
-
การสวมรองเท้าไม่เหมาะสม ได้แก่รองเท้าส้นสูงเกินไป ปลายเท้าแหลมไป รองเท้าคับไป ทำให้เท้าถูกบีบและเล็บไปสามารถงอกได้ตามปกติ
-
การตัดเล็บที่ไม่ถูกต้องโดยตัดมุมเล็บชิดเนื้อทำให้เล็บที่งอกทิ่มแทงเข้าที่ซอกเล็บ
-
การได้รับอุบัติเหตุที่เล็บมีการฉีกขาดทำให้เล็บที่งอกใหม่แทงเข้าซอกเล็บ เช่นการเล่นฟุตบอลล์
-
การติดเชื้อราที่เล็บ
-
การได้รับยาบางชนิดเช่น วิตามินเอที่ใช้รักษาสิว
ระยะที่1
-
บริเวณซอกเล็บจะมีอาการบวมแดงเล็กน้อย
-
คลำดูจะอุ่นเล็กน้อยและกดเจ็บ
-
ไม่มีหนอง
การดูแลเล็บขบในระยะนี้
-
แช่น้ำอุ่นวันละสี่ครั้ง
-
ล้างเท้าและบริเวณเล็บด้วยสบู่วันละสองครั้งแล้วเช็ดให้แห้ง
-
ใช้conton bud ที่สะอาดแทรกระหว่างเนื้อซอกเล็บและเล็บและสอดผ้า gauze แทรกระว่างเล็บและเนื้อเยื่อ อาจจะเจ็บเล็กน้อย
ระยะที่2
การดูแลเล็บขบในระยะที่ 2
-
นิ้วหัวแม่เท้าจะบวมมากขึ้น แดงมาก และเจ็บมากขึ้น
-
อาจจะมีหนองไหลตรงเล็บขบ
-
จะมีการติดเชื้อที่ซอกเล็บ
-
ทำเหมือนระยะที่1
-
จะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ
-
หากไม่ดีขึ้นจะต้องตัดเอาเล็บออก
ระยะที่3
-
จะปวดมากขึ้น แดงมากขึ้น และบวมมากขึ้น
-
มีเนื้อเยื่องอกที่ติดเชื้อ และมีหนองไหล
-
เล็บบริเวณดังกล่าวจะหนาตัวขึ้นมา
-
จะมีการติดเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น อาจจะมีไข้
การดูแลเล็บขบในระยะนี้
-
ระยะนี้จะต้องผ่าตัดเอาเล็บและเนื้อเยื่อทีงอกออกไป
-
ทำความสะอาดเอาหนองออกให้มากที่สุด
-
ทายาปฏิชีวนะ และรับประทานยาปฏิชีวนะ
การดูแลแผลหลังผ่าตัด
-
หลังผ่าตัดหนึ่งวันให้เอาผ้าพันแผลออก และทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสบู่
-
เช็ดแผลให้แห้ง และทายาปฏิชีวนะ ใหทำความสะอาดแผลวันละสองครั้งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
-
รักษานิ้วเท้าให้สะอาดและแห้ง อย่าไหว้น้ำหรือทำให้แผลเปียกเป็นเวลาสองสัปดาห์
-
งดการกระโดด วิ่งหรือการออกกำลังที่มากเกินไปเป็นเวลาสองสัปดาห์
การดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน
-
แช่เท้าที่เป็นเล็บขบด้วยน้ำอุ่นวันละสี่ครั้ง
-
ล้างบริเวณแผลด้วยน้ำสบู่และน้ำวันละสองครั้ง
-
รักษาเท้าให้แห้งและสะอาด
-
งดสวมรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่คับเกินไป
-
หลังจากทำความสะอาดเท้า ให้เอา conton bud เล็กๆสอดเข้าไปเพื่อยกเล็บใส่ไว้15 วันเล็บก็จะงอกออกมาไม่แทงผิวหนัง
เมื่อไรจึงจะพบแพทย์
ท่านควรจะพบแพทย์เมื่อเล็บขบมีการติดเชื้อ มีหนองไหล หรือมีภาวะดังต่อไปนี้
-
ภายในห้าปีท่านยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นป้องกันบาดทะยัก
-
รักษาด้วยตัวเองแล้วเป็นเวลาสามวันอาการยังไม่ดีขึ้น
-
หากท่านเป็นโรคเบาหวาน เส้นเลือดไปเลี้ยงที่เท้าตีบ เอดส์
การป้องกัน
-
ใส่รองเท้าที่พอดีและส้นไม่สูงไป
-
ตัดเล็บให้ถูกต้องโดยตัดเล็บให้เป็นแนวตรงและไม่ตัดติดเนื้อและไม่ตัดมุมเล็บ
-
รักษาเท้าให้สะอาดและแห้ง
0 0 0 0 0
...