เนื้อหา »
เอบีซีนิวส์- ทุกคนต่างก็อยากมีสุขภาพดีกันทั้งนั้น แต่วิธีการที่จะทำให้ตัวเองไม่เจ็บไม่ป่วยของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บ้างก็รับประทานวิตามินเสริม บ้างก็ออกกำลังกายอย่างหนัก แต่รู้หรือไม่ว่ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น เพราะเพียงแค่ทำตัวเองให้มีความสุข เท่านี้ก็จะไม่เป็นไข้แล้ว
ในแต่ละปีจะมีชาวอเมริกันป่วยเป็นไข้หวัดและไข้ตัวร้อนมากถึง 1 พันล้านคน แต่จากการวิจัยชิ้นใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า คนเราสามารถหลีกเลี่ยงการป่วยไข้ได้ด้วยการทำตัวเองให้ร่าเริง มีความสุข และคิดแต่สิ่งดีๆ เช่นมีทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ ในแง่ดีและไม่มองโลกในแง่ร้าย เพราะคนที่ร่าเริงแจ่มใส มีความสุข และผ่อนคลาย จะมีโอกาสเป็นไข้น้อยกว่าคนที่ความเครียด ขี้หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว หดหู่ และซึมเศร้า
ทั้งนี้ คณะวิจัยได้สอบถามอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกที่ผ่านๆ มา เพื่อดูแนวโน้มว่าคนกลุ่มนี้มีอารมณ์ดีคือมีอารมณ์ในเชิงบวกหรือมีอารมณ์ร้ายคือในเชิงลบอย่างไร ส่วนคำถามที่ใช้ถามนั้นก็จะเน้นเรื่องสภาวะทางอารมณ์ล้วนๆ เช่น ถามว่าอาสาสมัครรู้สึกพึงพอใจ ผ่อนคลาย มีความสุข กลุ้มใจ ซึมเศร้า และรู้สึกเกลียดชังบ่อยแค่ไหน จากนั้นจึงฉีดไรโนไวรัสซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ทำให้เป็นไข้หวัดเข้าที่จมูกของอาสาสมัคร
เมื่อฉีดเสร็จ คณะวิจัยก็สังเกตอาการของอาสาสมัครแต่ละคน และรอดูว่ามีใครเป็นไข้หรือมีอาการผิดปกติหรือไม่ และพวกเขาก็พบว่า อาสาสมัครที่เป็นไข้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มองโลกในแง่ร้าย และอารมณ์ไม่ค่อยดี หรือเป็นคนไม่มีความสุขในชีวิต ดร. เชลดอน โคเฮน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์เนจี เมลลอน ในพิตส์เบิร์ก ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้ กล่าว
ถึงแม้ผู้ที่มองโลกในแง่ดี ทำตัวร่าเริงแจ่มใสและมีความสุขจะมีภูมิต้านทานโรคมากกว่าคนที่ไม่ค่อยมีความสุข แต่คนเหล่านี้ก็สามารถหลีกเลี่ยงการป่วยไข้ได้เช่นกัน ส่วนวิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่เปลี่ยนทัศนคติให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำเพื่อคลายเครียดและลดความหดหู่ เช่น พูดคุยกับเพื่อนๆ ออกกำลังกายหรือไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว และที่สำคัญคือต้องนอนหลับให้เพียงพอ
การทำให้ชีวิตมีความสุขนั้นไม่ได้ป้องกันการเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้ผู้ที่ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและไม่เป็นอะไรมากอีกด้วย เพราะในระหว่างที่ทำการทดลองนั้น คณะวิจัยพบว่า เมื่อดูเฉพาะคนที่เป็นไข้ อาสาสมัครที่เป็นคนอารมณ์ดีหรือมีอารมณ์ในเชิงบวกจะมีอาการระคายคอและคัดจมูกน้อยกว่าอาสาสมัครที่มีอารมณ์ในเชิงลบ ดร.โคเฮน กล่าว
ผลการศึกษาชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารไซโคโซมาติค เมดิซีน
0 0 0 0 0
...